บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อการเรียนการสอน
วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555
ยัน! แก๊สมีเธนทำแม่น้ำชีร้อน ชาวบ้านหวั่นภูเขาไฟ
5 มิ.ย. - นักวิชาการยืนยันปรากฏการณ์น้ำในแม่น้ำชีร้อนจนต้มไข่สุก ไม่ใช่เกิดจากรอยเลื่อนของผิวโลก แต่เพราะก๊าซชีวภาพที่เกิดจากการหมักหมมของสิ่งมีชีวิตใต้ลำน้ำ
นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีการเกิดปรากฏการณ์น้ำในแม่น้ำชี บริเวณบ้านพลวงคุ้มโคกช้าง ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีอุณหภูมิน้ำสูงขึ้นจนสามารถต้มไข่ และชาวบ้านเกรงว่าเกิดจากภูเขาไฟว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่พุน้ำร้อนที่เกิดจากรอยเลื่อนของผิวโลกที่มีพลัง หรือมาจากภูเขาไฟอย่างแน่นอน แม้ว่าในอดีต จ.สุรินทร์ จะมีภูเขาไฟชื่อพนมสวาย แต่เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทไม่มีพลังงานมา 2-3 ล้านปีแล้ว
นายเลิศสิน กล่าวอีกว่า สาเหตุความร้อนที่เกิดขึ้นเกิดจากตะกอนในท้องน้ำมีแก๊สชีวภาพ ซึ่งมาจากการหมักหมมของซากพืชซากสัตว์อยู่มาก เมื่อมีสภาวะที่ขาดออกซิเจน ซากพืชซากสัตว์จะแปรสภาพเป็นก๊าซมีเทน และโดยปกติแก๊สเหล่านี้จะถูกปิดทับด้วยชั้นทรายของลำน้ำชี แต่ปัจจุบันระดับน้ำชีลดลงไม่ถึง 1 เมตร ทำให้ชั้นทรายที่เคยปิดทับพวกนี้ไว้ถูกพัดพาออกไปทำให้แก๊สสามารถผุดขึ้นมาได้ และกระบวนการนี้เป็นกระบวนการทางเคมี เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน จึงทำให้ดินทรายรวมทั้งน้ำที่อยู่ในบริเวณนั้นร้อน แต่หากมีระดับน้ำเพิ่มจะคลายความร้อนลง โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น อาจจะ 1-2 วัน อย่างไรก็ตาม ทางกรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง - สำนักข่าวไทย
ฮือฮา! ดวงอาทิตย์จำศีล โลกเข้าสู่ยุคกึ่งน้ำแข็ง
(16 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่รายงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ว่า โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคกึ่งน้ำแข็ง ซึ่งอาจจะกินเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งมีสาเหตุมาจากดวงอาทิตย์กำลังเข้าสู่ภาวะผิดปกติ หรือ การจำศีล ในช่วงหลังปี 2020 และอาจจะกินระยะเวลานานเป็นทศวรรษ
ดร.ริชาร์ด อัลทร็อค ผู้เชี่ยวชาญและนักดาราฟิสิกส์ของสถาบันวิจัยระบบสุริยะแอร์ฟอร์ซ ได้อธิบายว่า วงจรของดวงอาทิตย์กำลังจะเข้าสู่ช่วงจำศีล ซึ่งสามารถระบุได้ตั้งสมมติฐาน 3 อย่าง ได้แก่ การเกิดพวยความร้อนที่ออกมาจากขั้วความร้อนของดวงอาทิตย์ลดปริมาณลง หรือการแผ่ขยายของจุดดับมีความอ่อนตัวลง และไม่พบการขับไอของวงจรสุริยะ
สำหรับภาวะดังกล่าวที่อาจจะส่งผลให้โลกเข้าสู่ยุคกึ่งน้ำแข็ง โดยจะทำให้โลกมีอากาศที่หนาวเย็นลงนานหลายปี บรรเทาปัญหาโลกร้อน อีกทั้งยังลดผลกระทบจากพายุสุริยะและการขัดข้องของดาวเทียมสื่อสารได้อีกด้วย ซึ่งภาวะผิดปกติเช่นนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ย้อนกลับไปเมื่อราวต้นศตวรรษที่ 18 ภาวะผิดปกติเช่นนี้ของดวงอาทิตย์เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
นอกจากนี้ ดร.แฟรงค์ ฮิลล์ ผู้เชี่ยวชาญแห่งศูนย์สังเกตการณ์สุริยะของอังกฤษ ยังเผยว่า ดวงอาทิตย์เข้าสู่ภาวะนิ่งสงบมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว โดยปกติในทุก 22 ปีสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์จะขับพลังให้เกิดเป็นจุดบอดบนดวงอาทิตย์และกินระยะเวลาราว 11 ปี สำหรับในปีนี้มีการตรวจพบว่า ดวงอาทิตย์เกิดจุดบอดขึ้นทุกวัน และยังมีการปะทุและพายุสุริยะที่ส่งผลกระทบต่อดาวเทียมของโลก คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2001
อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดยังไม่สามารถยืนยันและกำหนดช่วงเวลาที่จะเกิดได้อย่างชัดเจน เบื้องต้นหากข้อสันนิษฐานดังกล่าวเป็นจริง สนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์จะอ่อนกำลังลงในช่วงปี 2022 และจะส่งผลให้อุณหภูมิของโลกลดลงราว 10 ปี
เขื่อนแม่เมาะยังแข็งแรง หลังเกิดแผ่นดินไหว
นายพลฤทธิ์ เศรษฐกำเนิด ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากวานนี้ (10 ธ.ค.) ได้เกิดเหตุแผ่นไหว ขนาด 2.8 ริกเตอร์ โดยจุดศูนย์กลางอยู่ที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นั้น ล่าสุด ตนเอง ได้รีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่ ของ กฟผ. ออกตรวจสอบ ตามเขื่อนต่างๆ ใน อ.แม่เมาะ ปรากฏว่า โครงสร้างรวมถึงเขื่อน และอ่างเก็บน้ำของ กฟผ.แม่เมาะ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า และตั้งอยู่ในพื้นที่ทั้ง 9 แห่ง ก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ถือว่า ยังมั่นคง และแข็งแรงดีทุกประการ
ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวเป็นพื้นที่ จุดที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่มีบ้านเรือนราษฎรตั้งอยู่ ทำให้ไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใด ขณะที่ด้านชาวบ้านพื้นที่ อ.แม่เมาะ ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ หลังทราบข่าวและต้องคอยเฝ้าระวังเพราะเกิดเหตุ หลังจากคืนจันทรุปราคา ซึ่งหวั่นเกิดอาเพศและต้องคอย ติดตามข่าวสาร ของการเกิดแผ่นไหวอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา เพราะ 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา เกิดมาแล้วเป็นครั้งที่ 3
ไทยอ่วม! น้ำป่าดินถล่ม ฝนตกหนักทั่วทุกทิศ
(29 ส.ค.) สถานการณ์อุทกภัยทั่วไทยล่าสุดยังคงวิกฤตและเกิดเหตุเพิ่มเติมและซ้ำรอยเติมอีกในหลายพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ อ่วมระทมทั่วทุกทิศ
สำหรับเมื่อวานนี้ ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดดินถล่มลงปิดทับถนนสายแม่มาลัย-ปาย กิโลเมตรที่ 46 บ้านแม่เลา ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่สามารถใช้เส้นทางได้ บางส่วนต้องหันไปใช้ถนนสายอมก๋อย-แม่สะเรียงแทน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำรถแบ็กโฮเข้าตักดินในจุดเกิดเหตุเพื่อเปิดเส้นทาง ส่วนที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ น้ำจากลำน้ำกวงล้นตลิ่งเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านต้องขนย้ายทรัพย์สินไปไว้บนที่สูง เพื่อความปลอดภัย
เช่นเดียวกับที่ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่เกิดดินถล่มทับถนนสายแม่สรวย-ฝาง บริเวณบ้านห้วยสลัก ตำบลป่าแดด เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องจักรเข้าตักดินนานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดถนนได้ช่องจราจร และมีรายงานดินถล่มปิดทับเส้นทางสายดอยวาวี-บ้านท่อก๊อ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำเครื่องจักรเข้าซ่อมแซม
ที่จังหวัดพิษณุโลก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการแก้ปัญหาน้ำท่วม พร้อมให้กำลังใจผู้ประสบอุกภัยในอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ที่ยังคงได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม โดยชาวบ้านบางส่วนได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งพิจารณาก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เพื่อป้องกันและลดปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพิจิตร น้ำจากแม่น้ำยมที่ยังคงขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนในบ้านจิกสามร้อย ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำยมต้องขนย้ายทรัพย์สินไปอาศัยนอนริมถนน บางจุดระดับน้ำท่วมสูงกว่า 4 เมตร
ที่ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง แม้ระดับน้ำเริ่มทรงตัวหลังเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ลดการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน แต่ชาวบ้านที่อำเภอป่าโมกยังคงต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเข้าออกบ้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้ขณะนี้ยังมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 300 ครัวเรือน
ส่วนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้อำเภอกมลาไสย อำเภอร่องคำ และอำเภอยางตลาด มีพื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหายรวมแล้วกว่า 35,000 ไร่ ขณะที่เขื่อนลำปาวต้องระบายน้ำวันละ 6 ล้านลูกบากศ์เมตร เพื่อลดปริมาณน้ำในเขื่อนที่ใกล้ถึงจุดวิกฤต
เช่นเดียวกับที่จังหวัดยโสธรที่เป็นพื้นที่รับน้ำมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะนี้น้ำจากแม่น้ำชีได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมนาข้าวของชาวบ้านในเขตรอบนอกของอำเภอเมืองยโสธรเป็นบริเวณกว้าง บางแห่งน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก
ขณะที่ถนนกลางเมืองปราจีนบุรี ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก และน้ำยังไหลเข้าท่วมตัวเมืองปราจีนบุรีด้วย ถนนสุวรรณศร สายกรุงเทพ-อรัญประเทศ ช่วงหลังกิโลเมตรที่ 156-157 ต.บ้านพระ อ.เมืองปราจีนบุรี ถูกน้ำจากเขาใหญ่ไหลหลากลงมาท่วมเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร
ส่วนที่ อ.ตะกั่วป่า จังหวัดพังงา น้ำป่าไหลหลากพัดเด็กหญิงอายุ 13 ปี และน้องสาวอายุ 10 ปี จมน้ำเสียชีวิต ขณะลงเล่นน้ำหลังบ้าน และระดับน้ำบางจุดยังสูงกว่า 2 เมตร ที่จังหวัดกระบี่ ชาวบ้านต้นหาร ตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม ต่างพากันอพยพมาอยู่ในที่ในปลอดภัย หลังพบว่า ฝนที่ตกติดต่อกันนาน 2 วัน ทำให้น้ำที่ไหลจากเทือกเขาพนมเบญจามีปริมาณมากขึ้นและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขุ่น ชาวบ้านจึงไม่มั่นใจถึงสถานการณ์ โดยต่างเกรงว่าอาจเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมและดินโคลนถล่มซ้ำรอยเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนหลายพื้นที่ให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและคลื่นลมแรง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงยังคงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็ยังคงมีกำลังแรง ส่งผลให้ทั่วประเทศยังมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งต่อไปอีก ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ควรเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วง 1-2 วันนี้ ขณะที่คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะ 1-2 วันนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)